มาตรฐานเวลาในบทเรียน: UTC+00:00 · ช่วงงดเริ่มรอบใหม่ 12:00–14:00 UTC · เวลาบนกราฟจริงเป็นเวลาเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้ยืนยัน UTC offset ต้องเช็กข่าวแยกในปฏิทิน UTC
EA F1 SEMI AUTO · EA F1 COURSEบทที่ 9 · บริหารเงิน ดูผลรวมให้ครบ
รู้เงินที่เสี่ยง → ดู Equity → บันทึกฝาก–ถอน → ทบทวนผลสะสม
มีวันที่กำไร หรือถอนเงินได้ ยังตอบไม่ได้ว่ารวมแล้วได้หรือเสีย บทนี้สอนให้ดู เงินทุกครั้งที่ใส่เข้าไป เงินที่ถอนออก และเงินที่ยังเหลือในบัญชี พร้อมตรวจความเสี่ยงก่อนเพิ่ม lot หรือถอนเงิน
วางเงินเริ่มต้นและล็อตขั้นต่ำให้ตรงกับบัญชี
แนวทางตั้งต้นของ EA F1 v1.9.8: ใช้เงิน 200 USD หรือ 200 USC ต่อ 0.01 lot ตามหน่วยและประเภทบัญชี ส่วน XM Ultra Low Micro / Micro ใช้เกณฑ์แยกด้านล่าง
บัญชีหน่วย USD
เงินที่จัดสรร200 USDล็อตตั้งต้น0.01 lotเกณฑ์ทั่วไปของบทเรียน
บัญชี Cent หน่วย USC
เงินที่จัดสรร200 USCล็อตตั้งต้น0.01 lotใช้กับบัญชี Cent และสัญญา Cent ที่รองรับ ตรวจชื่อสัญลักษณ์และขนาดสัญญาก่อน
XM Ultra Low Micro / Micro
เงินที่จัดสรร20 USDล็อตตั้งต้น0.10 lotสำหรับ MT5 ที่เริ่มได้ต่ำสุด 0.10 Micro lot ไม่ใช่ 0.10 Standard lot
ถ้า USC คือเซนต์สหรัฐ: 200 USC = 2 USD ส่วน 200 USD = 20,000 USC ตัวเลข 200 ในสองบัญชีจึงไม่ใช่เงินดอลลาร์จำนวนเท่ากัน และล็อตข้ามประเภทบัญชีอาจมีขนาดสัญญาต่างกัน
ทำไม XM Micro ใช้ 0.10 lot?
ล็อต Micro มีขนาดสัญญา 1/100 ของล็อตปกติเมื่อเทียบสินทรัพย์เดียวกันที่ใช้สเกลนี้ จึงอย่าเห็นเลข 0.10 แล้วคิดว่าใหญ่กว่า 0.01 Standard lot โดยตรง
เทียบขนาดสัญญา เมื่อ Micro = 1/100 ของ Standard
1.00 Micro lot = 0.01 Standard lot0.10 Micro lot = 0.001 Standard lotก่อนกด START ตรวจ 3 จุด
- ดูหน่วยเงินและชื่อประเภทบัญชีให้ตรงกับการ์ดด้านบน
- ใน MT5 เปิด Market Watch → คลิกขวาที่สินทรัพย์ → Specification ตรวจ Contract size, Minimum volume และ Volume step โดยเฉพาะทองคำและบิทคอยน์
- ตรวจ Equity และล็อตรวมของรายการที่อาจเปิด พร้อมแผนเมื่อโครงสร้างเปลี่ยน: กด STOP เพื่อปิดทั้งหมดของรอบ ไม่เพิ่มล็อตเพราะอยากเอาคืน
ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์จัดสรรเงินและล็อตตั้งต้นของบทเรียน EA F1 ไม่ใช่เงินฝากขั้นต่ำของโบรกหรือการรับรองว่าขาดทุนได้ไม่เกินเงินจำนวนนี้
อ้างอิงขนาดล็อต Micro และขั้นต่ำจาก XM; ให้ตรวจ Specification ของสัญลักษณ์ในบัญชีจริงอีกครั้ง
ลองเช็กความเข้าใจเรื่องเงินและล็อต
เห็น 200 USC ในบัญชี แปลว่ามี 200 USD หรือไม่?
เปิดเฉลยและเหตุผล
ไม่ใช่ ถ้า USC หมายถึงเซนต์สหรัฐ 200 USC คือ 2 USD ต้องใช้เกณฑ์ของบัญชี Cent และขนาดสัญญาที่ตรงกัน
XM Micro ตามเกณฑ์นี้มีเงิน 20 USD ต้องตั้งล็อตเริ่มต้นเท่าไร?
เปิดเฉลยและเหตุผล
0.10 Micro lot หรือ 0.1 ในช่อง Volume ตรวจว่าเป็นบัญชีและสัญลักษณ์ Micro ไม่ใช่ Standard
0.10 Micro lot เท่ากับ 0.10 Standard lot หรือไม่?
เปิดเฉลยและเหตุผล
ไม่เท่ากัน หากขนาดสัญญา Micro เป็น 1/100 ของ Standard: 0.10 Micro lot เทียบได้กับ 0.001 Standard lot ไม่ใช่ 0.10 Standard lot
ตั้งค่า lot ให้ตรงประเภทบัญชี ก่อนเริ่ม EA F1
ตามแนวทางบทเรียน: บัญชีปกติเริ่ม 0.01 lot ส่วน XM Ultra Low Micro / Micro บน MT5 เริ่ม 0.1 Micro lot (0.10 คือค่าเดียวกัน) ตรวจว่าเป็นสัญลักษณ์และสัญญาของบัญชีประเภทนั้นจริง
- หยุดรอบที่กำลังทำงานก่อน และฝึกบน Demo หากยังไม่คุ้นเคย
- เปิดคุณสมบัติ EA ที่ติดบนกราฟ แล้วดูแท็บ Inputs ตรวจพารามิเตอร์ lot กับผู้ดูแลก่อนแก้ เพราะชื่อช่องอาจต่างกันตามเวอร์ชัน
- บัญชีปกติใส่ 0.01; XM Micro ใส่ 0.1 ตามสัญญา Micro ตรวจค่า Lot ที่หน้าจอ EA หลังบันทึก โดยยังไม่กด START
- ช่อง Volume ในหน้าต่าง New Order ใช้กับคำสั่งมือ ไม่ได้หมายความว่าค่า lot ของ EA เปลี่ยนตาม ต้องแก้ที่การตั้งค่าของ EA ให้ถูกช่อง
บัญชีปกติ · ตัวอย่าง 0.01 lot

XM Micro · ตัวอย่าง 0.1 lot

แบ่งทุนเป็นกอง: เทรดทีละกอง แยกเงินสำรองออก
มองเงินในบัญชีที่กำลังให้ EA F1 เทรดเป็นเงินทั้งกองที่รับความเสี่ยงได้ ส่วนเงินกองอื่นเก็บแยกไว้ ไม่ฝากทั้งหมดแล้วแบ่งเพียงในใจ เป้าหมายคือกำหนดเงินที่นำเข้าสู่การเทรดแต่ละครั้ง ไม่ใช่ทำให้ตลาดที่ควบคุมไม่ได้กลายเป็นปลอดภัย
ตัวอย่างบัญชี Cent: กองละ 1,000 cent กับ 0.05 lot
ตัวอย่างนี้สอดคล้องกับเกณฑ์ 200 USC ต่อ 0.01 lot: 1,000 ÷ 200 × 0.01 = 0.05 lot ใช้เฉพาะบัญชี Cent และขนาดสัญญาที่ตรงกัน ไม่ย้าย 0.05 ไปใช้ในบัญชี Standard หรือ XM Micro โดยตรง หากเปิดหลายรายการ ล็อตรวมอาจมากกว่า 0.05 ต้องตรวจทุกสถานะ
กำไรแล้วทำอะไร? หากเสียกองแล้วทำอะไร?
1 · นำเข้าเพียงกองที่เลือก
เริ่มตัวอย่างด้วยเงิน 1,000 cent ในบัญชีเทรด อีก 9,000 cent แยกเป็นเงินสำรอง ตั้งขนาดและแผน STOP ก่อนเริ่ม ไม่จำเป็นต้องเปิดสิบบัญชี แต่เงินสำรองต้องแยกจากบัญชีที่กำลังรับความเสี่ยง
2 · เมื่อจบรอบมีกำไร
กด STOP ปิดทั้งหมดของรอบ ตรวจว่าไม่มีสถานะหรือคำสั่งที่อาจเปิดใหม่ แล้วตรวจประวัติและค่าธรรมเนียม หากเลือกถอนกำไร ให้ถอนส่วนที่รับรู้จริงตามเงื่อนไขโบรกและบันทึกยอดถอนสำเร็จ
3 · ถ้าโครงสร้างเปลี่ยนหรือขาดทุน
พยายามจบรอบด้วยกำไรหรือขาดทุนเล็กน้อยตามแผน โดยกด STOP ปิดทั้งหมด ไม่ต้องรอให้กองหมด และไม่เติมเงินเพื่อพยุงสถานะที่ผิดทาง
4 · ถ้าเสียทั้งกองแล้ว
บันทึกผลขาดทุน หยุดทบทวนสาเหตุและงบขาดทุนสะสมก่อน เงินกองใหม่เป็นเงินที่เสี่ยงเพิ่ม ไม่ได้ลบขาดทุนเดิม หากยังไม่เข้าใจสาเหตุหรือถึงงบที่กำหนด ให้หยุดฝึกบนเงินจริง
5 · เริ่มกองใหม่เมื่อผ่านการทบทวน
ถ้ายังอยู่ในงบที่กำหนดและเลือกเริ่มใหม่ ให้ยืนยันว่าบัญชีไม่มีสถานะค้างและ EA ไม่เริ่มเองก่อนโอนเงิน ตรวจการตั้งค่าใหม่โดยไม่เพิ่ม lot เพื่อเอาคืน จดเงินเติมเป็นเงินฝากสะสมทุกครั้ง
ดูผลรวมให้ครบ แม้กองใหม่จะกลับมามีเงินเท่าเดิม
กอง 1,000 ได้กำไร 500
- เงินในบัญชีหลังจบรอบ
- 1,500 cent → ถอนแล้วเหลือ 1,000
- ถอนกำไร
- 500 cent
- ผลรวมการเทรด
- +500 cent
กอง 1,000 ได้กำไร 2,000
- เงินในบัญชีหลังจบรอบ
- 3,000 cent → ถอนแล้วเหลือ 1,000
- ถอนกำไร
- 2,000 cent
- ผลรวมการเทรด
- +2,000 cent
เสียทั้งกอง 1,000
- เงินในบัญชีหลังจบรอบ
- 0 cent
- ถอนกำไร
- 0 cent
- ผลรวมการเทรด
- −1,000 cent
ถ้าเสียกองแรก 1,000 แล้วนำกองใหม่มา 1,000: เงินสำรองเหลือ 8,000 + บัญชีเทรด 1,000 = 9,000 cent ผลรวมยังขาดทุน 1,000 cent การเติมเงินไม่ใช่กำไร
ตัวเลข 500–2,000 cent ต่อวัน อ่านอย่างไร?
ผู้พัฒนาระบุว่ากอง 1,000 cent ที่ใช้ 0.05 lot อาจมีกำไร 500–2,000 cent ในบางสภาวะตลาด ขึ้นกับจังหวะเข้าและการตัดสินใจ TP แต่บทนี้ยังไม่มีชุดข้อมูลครบช่วงเวลาที่ตรวจสอบได้เพื่อยืนยันว่าเป็นค่าเฉลี่ยรายวัน จึงไม่ใช้ตัวเลขนี้เป็นรายได้คาดหวังหรือเป้าที่มือใหม่ต้องทำให้ได้
500–2,000 cent คือ 50–200% ของกอง 1,000 cent หรือ 5–20 USD เป็นตัวเลขผลตอบแทนสูงมาก และมีวันที่ขาดทุนหรือเสียทั้งกองได้ ความอดทนถือไม่ใช่เหตุผลให้ฝืนโครงสร้างที่เปลี่ยน และกำไรลอยตัวยังไม่ใช่เงินที่ถอนแล้ว
การแบ่งกองไม่ใช่ระบบรับประกันขาดทุนสูงสุด การคลาดเคลื่อนราคา เงื่อนไขโบรกและการคุ้มครองยอดติดลบมีผล ต้องตรวจบัญชีจริง กำหนดทั้งงบต่อกองและงบขาดทุนสะสมที่ทำให้หยุด ไม่เติมกองใหม่ต่อเนื่องโดยไม่มีขอบเขต
ลองตอบก่อนเปิดเฉลย
ฝาก 10,000 cent ในบัญชีเดียว แต่ตั้งใจเทรดแค่ 1,000 ถือว่าแยกกองแล้วไหม?
เฉลยและเหตุผล
ยังไม่ใช่การแยกเงินสำรองจริง ยอดทั้งหมดในบัญชีอาจรองรับสถานะที่เปิดอยู่ ต้องแยกส่วนที่ยังไม่เสี่ยงออกจากบัญชีเทรด
เสียกองแรก แล้วเติมกองใหม่ 1,000 ผลขาดทุนเดิมหายไปไหม?
เฉลยและเหตุผล
ไม่หาย ทุนรวมจาก 10,000 เหลือ 9,000 cent ต้องนับเงินเติมและผลขาดทุนสะสมต่อ
ต้องถือรอให้ได้กำไร 500 cent ทุกวันไหม?
เฉลยและเหตุผล
ไม่ต้อง ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่ยืนยันหรือเป้ารับประกัน หากโครงสร้างเปลี่ยน ให้ทำตามแผน STOP ไม่ฝืนถือเพื่อให้ถึงเป้า
1 · ก่อนเริ่ม รู้ก่อนว่าจะเสี่ยงเงินส่วนไหน

เงินที่ใช้ฝึกเทรด: เป็นเงินที่จัดสรรไว้และยอมรับการสูญเสียได้ โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเงินสำรอง หากยังใช้ MT5 หรืออ่านรายการไม่เป็น ให้เริ่มเรียนบน Demo ก่อน
งบเสี่ยงคือแผน ไม่ใช่ระบบหยุดขาดทุน: ต้องเขียนด้วยว่าจะทบทวน หรือกด STOP ปิดทั้งหมดของรอบเมื่อเข้าเงื่อนไขใด การตั้งใจว่า “จะเสียไม่เกินเท่านี้” ไม่ได้ทำให้ระบบปิดให้อัตโนมัติ
วางเงินเริ่มต้นและล็อตขั้นต่ำให้ตรงกับบัญชี →
ก่อนเลือก lot: ตรวจสินทรัพย์ ขนาดสัญญา เงื่อนไขบัญชี และจำนวนรายการที่อาจเปิดรวมกัน ค่า leverage สูงช่วยให้ใช้เงินค้ำประกันต่างไป แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงจากราคาในขนาดรายการเดิมหายไป
ทบทวนแผนเมื่อราคาไปผิดทาง →2 · Balance กับ Equity ต่างกันอย่างไร?

ดูรายการทางซ้ายของภาพ: Balance, Equity, Deposits และ Withdrawals เป็นคนละความหมาย ต้องอ่านครบก่อนประเมินผล ไม่ดูเฉพาะเปอร์เซ็นต์สีเขียว
Balance · ยอดบัญชี
ยอดหลังเงินเข้าออกและผลที่บัญชีรับรู้แล้ว ไม่รวมกำไรหรือขาดทุนลอยตัวของสถานะที่ยังเปิดอยู่
Equity · มูลค่าบัญชีตอนนี้
สะท้อนผลของสถานะที่ยังเปิดอยู่ จึงเปลี่ยนตามราคาได้ เงื่อนไขเครดิต ค่าธรรมเนียม หรือยอดที่ถูกกันไว้ อาจมีผลต่อยอดที่แพลตฟอร์มแสดง
Margin · เงินที่กันไว้
ใช้รองรับสถานะและคำสั่งตามเงื่อนไขบัญชี มีเงินใน Balance ไม่ได้แปลว่าเงินทั้งหมดว่างพร้อมใช้
Free Margin · เงินส่วนที่เหลือ
ส่วนที่เหลือหลังหัก Margin ตามวิธีคำนวณของบัญชี ต้องตรวจร่วมกับ Equity และขนาดสถานะที่ยังเปิดอยู่
Balance 200 USD แต่สถานะที่ยังเปิดติดลบ 40 USD → Equity ประมาณ 160 USD ก่อนรายการต้นทุนที่อาจยังไม่รวม แม้ยังไม่กดปิด ความเสี่ยงนั้นก็ส่งผลต่อบัญชีแล้ว
บัญชี Cent: ตรวจว่าเป็น USC หรือ USD ก่อนใช้ตัวเลข ในบัญชีที่ใช้ USC หน่วยเซนต์ 100 USC เท่ากับ 1 USD อย่าดู “200” แล้วสรุปว่าเป็น 200 ดอลลาร์ โดยไม่ตรวจหน่วยของบัญชี
ขนาด lot ก็ต้องตรวจ: บัญชี Standard Cent อาจใช้ cent lot ซึ่งต่างจาก standard lot อย่าเปรียบเทียบ 0.01 lot ข้ามประเภทบัญชีโดยคิดว่ารับความเสี่ยงเท่ากัน ให้ตรวจขนาดสัญญาของสินทรัพย์นั้นก่อน
ตัวอย่างหน่วย USC และ cent lot: Exness — บัญชี Standard Cent เงื่อนไขอาจต่างตามบัญชีและพื้นที่
ชื่อรายการบัญชีอ้างอิง คู่มือ MetaTrader 5 · เปิดพอร์ตตัวอย่างบน Myfxbook
3 · กำไรวันนี้ ไม่ใช่ผลรวมตั้งแต่เริ่ม

ดูด้านขวา: หน้าจอมีทั้ง Profit และ Today P/L อย่าสรุปว่าเป็นผลเดียวกัน และอย่าใช้ยอดวันนี้แทนผลทั้งหมด ต้องตรวจว่าตัวเลขของระบบครอบคลุมรายการใดและรวมต้นทุนอะไรแล้ว
จดแยกสองเรื่อง: ผลของรอบที่กำลังจัดการ กับผลเงินเข้าออกสะสมทั้งช่วง ถ้าดูหลายบัญชี ให้กำหนดขอบเขตชัดเจน ไม่รวมผลบางบัญชีแล้วลืมบัญชีที่ขาดทุน
4 · ดูผลรวมจากเงิน 3 ช่อง

เงินถอนรวม + Equity ปัจจุบัน − เงินฝากรวม
เป็นการรวมเงินเข้าออกของบัญชีตัวอย่าง ไม่ใช่สูตรของ EA หรืออินดิเคเตอร์ใช้บัญชีเดียว สกุลเงินเดียว และช่วงเวลาที่นับตรงกัน ตัวอย่างนี้ไม่มีโบนัส เครดิตโบรก หรือรายการปรับพิเศษ Equity รวมต้นทุนที่บัญชีรับรู้แล้ว หากมีค่าธรรมเนียมฝาก–ถอนหรือแปลงเงินภายนอก ต้องคิดเพิ่ม และอย่าหัก commission หรือ swap ซ้ำเมื่อรวมในยอดแล้ว
ตัวอย่าง · ถอนแล้ว แต่ผลรวมยังติดลบ
| สิ่งที่ต้องนับ | จำนวน |
|---|---|
| เงินเริ่มต้นและเติมรวม | 600 USD |
| เงินถอนสำเร็จรวม | 150 USD |
| Equity ปัจจุบัน | 200 USD |
| ผลสะสม: 150 + 200 − 600 | −250 USD |
เงินที่ถอนและที่ยังเหลือรวม 350 USD แต่เคยใส่เข้าไป 600 USD จึงยังติดลบ 250 USD ก่อนค่าธรรมเนียมภายนอก ถ้ามีต้นทุนภายนอกอีก 5 USD ผลหลังต้นทุนจะเป็น −255 USD
อ่านเพิ่มเติม · ทำไมชนะหลายรอบ ก็ยังติดลบรวมได้?
ลองใช้เครื่องจำลองเดิมเพื่อทดสอบความเข้าใจเรื่องเงินเข้าออกเท่านั้น เช่น กำไร 3 รอบ รอบละ 30 USD รวม 90 USD แต่มีการเสียทุน 200 USD ผลรวมยังเป็น −110 USD ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้เสียทั้งบัญชี หรือมีโอกาสชนะตามจำนวนที่ใส่
ถ้ารวมหลายบัญชี: ระวังการโอนระหว่างบัญชีของตัวเอง อย่านับเป็นเงินใหม่จากภายนอกซ้ำ ให้ทำขอบเขตและรายการโอนให้ตรงกันก่อนสรุปผล
5 · ก่อนถอนหรือเพิ่มทุน ตรวจเงินที่ยังเสี่ยงด้วย
การถอน: ตรวจเงื่อนไขโบรกและเงินที่ต้องรองรับสถานะก่อน การถอนอาจทำให้เงินที่รองรับความผันผวนน้อยลง อย่าถอนโดยดูแค่ Balance หรือยอดกำไรวันนี้ และอย่านับเงินที่ยังถอนค้างเป็นเงินที่ได้รับแล้ว
การเพิ่มทุน: ต้องนับเงินเติมเป็นเงินฝากสะสม และทบทวนแผนใหม่ เงินเพิ่มไม่ได้ทำให้รายการที่ผิดทางกลับมาถูกทาง อย่าเติมเพียงเพื่อหลบการยอมรับขาดทุน
บันทึกสั้น ๆ หลังแต่ละรอบ
วันที่ / เวลาและหน่วยบัญชี: …
ฝากเพิ่ม / ถอนสำเร็จ / ต้นทุนภายนอก: …
ยอดสะสมฝาก / ถอน / Equity: …
รายการที่ยังเปิดและขนาด: …
สิ่งที่ต้องปรับในแผน: …
Equity เป็นยอด ณ ขณะหนึ่ง หากยังมีสถานะ ผลสะสมยังเปลี่ยนได้ เมื่อปิดและรับรู้ผลจริงแล้ว ให้ตรวจประวัติและปรับบันทึกให้ตรงกัน
6 · สิ่งที่ทำให้เข้าใจผลเงินผิด

- ดูเฉพาะวันที่ชนะ: ต้องรวมรอบขาดทุนและเงินเติมทุกครั้ง จึงจะเห็นผลสะสม
- เห็นถอนได้แล้วคิดว่าคืนทุน: ต้องรวมเงินที่ถอนและ Equity เทียบกับเงินฝากทั้งหมด
- เพิ่ม lot เพราะเพิ่งชนะ: การเพิ่มขนาดเปลี่ยนความเสี่ยง ต้องมีเหตุผลและแผนรองรับ ไม่ใช่เพราะเชื่อว่าชนะต่อแน่นอน
- ใช้ Balance แทน Equity: อาจมองข้ามขาดทุนที่ยังเปิดอยู่
- เดาว่าถือได้นานเท่ากับปลอดภัย: จำนวนวันไม่ได้กำหนดขาดทุนสูงสุด เงินอาจไม่พอรองรับก่อนราคากลับ
- นับผิดหน่วยหรือหักต้นทุนซ้ำ: ตรวจ USD / USC เครดิตบัญชี และต้นทุนที่รวมในยอดแล้วก่อนคำนวณ
แบบฝึก · ลองคิดก่อนเปิดเฉลย
ใช้ตัวอย่างสมมติ ไม่มีเครดิตหรือรายการปรับอื่น ทุกจำนวนเป็นหน่วยเดียวกัน แบบฝึกวัดความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน
ข้อ 1 · Balance 200 USD แต่ยังมีขาดทุนลอยตัว 40 USD ควรมองว่ามีมูลค่าเท่าไร?
Equity ประมาณ 160 USD ก่อนต้นทุนที่อาจยังไม่รวม สถานะที่ยังไม่ปิดมีผลต่อมูลค่าบัญชีแล้ว จึงดู Balance อย่างเดียวไม่ได้
ข้อ 2 · ฝากรวม 600 ถอนรวม 150 และ Equity 200 ผลสะสมเป็นกำไรหรือขาดทุน?
ขาดทุนสะสม 250 USD เพราะ 150 + 200 − 600 = −250 การถอนสำเร็จไม่ได้ยืนยันว่าผลรวมเป็นบวก
ข้อ 3 · ฝาก 200 ถอน 50 และ Equity 170 ผลสะสมเท่าไร?
+20 USD ก่อนต้นทุนภายนอก เพราะ 50 + 170 − 200 = 20 ถ้ายังมีสถานะอยู่ Equity และผลสะสมยังเปลี่ยนได้
ข้อ 4 · วันหนึ่งได้กำไร 30 USD จึงสรุปว่าทั้งระบบกำไรแล้วได้ไหม?
ยังไม่ได้ ต้องรวมเงินฝาก–ถอน และ Equity ของขอบเขตที่ต้องการประเมิน กำไรวันนี้อาจยังชดเชยขาดทุนก่อนหน้าไม่ครบ
ข้อ 5 · ถ้าเติมเงินอีก 100 USD หลังขาดทุน ต้องบันทึกหรือไม่?
ต้องนับเพิ่มในเงินฝากสะสม หากลืมนับ เงินที่เหลือในบัญชีจะดูเหมือนผลจากการเทรดมากเกินจริง
ข้อ 6 · บัญชีแสดง 20,000 USC ใช่ 20,000 USD หรือไม่?
ไม่ใช่ หากหน่วยเป็น USC ซึ่งหมายถึงเซนต์สหรัฐ 20,000 USC เท่ากับ 200 USD ต้องยืนยันหน่วยบัญชีก่อนเปรียบเทียบหรือใส่ในเครื่องคำนวณ
ข้อ 7 · แผนส่วนตัวเขียนว่ายอมเสีย 200 USD แปลว่าโบรกจะปิดให้ตรงนั้นเสมอไหม?
ไม่ใช่ งบเสี่ยงที่เขียนเป็นแผน ไม่ได้สร้างคำสั่งปิดหรือรับรองเพดานขาดทุน ต้องรู้วิธีดำเนินแผนและเงื่อนไขบัญชี
ข้อ 8 · บัญชียังมีสถานะเปิด แต่เห็น Balance พอถอน ควรถอนทันทีโดยไม่ตรวจอะไรเพิ่มหรือไม่?
ควรตรวจสถานะ Equity Free Margin และเงื่อนไขโบรกก่อน เงินหลังถอนอาจรองรับความผันผวนได้น้อยลง ยอด Balance อย่างเดียวไม่เพียงพอ
การบ้านบน Demo · ทำบันทึกเงินของตัวเองให้เป็น
- จดหน่วยบัญชี Balance Equity Margin และ Free Margin พร้อมเวลา
- ใส่ตัวเลขสมมติในเครื่องคำนวณ แล้วอธิบายว่าทำไมผลจึงเป็นบวกหรือลบ
- ลองเพิ่มเงินฝากสมมติ 100 USD โดยให้ช่องอื่นเท่าเดิม สังเกตว่าผลสะสมลดลง 100 USD แม้ไม่ได้เปลี่ยนกราฟ
- เขียนงบที่จัดสรรและเงื่อนไขเมื่อผิดทาง แล้วเชื่อมกับแผนจากบทที่ 8
ไม่ต้องฝากเงินจริง ถอนเงินจริง หรือจงใจเปิดให้ขาดทุนเพื่อผ่านแบบฝึก
เช็กว่าฉันเข้าใจแล้ว
จำให้ได้หนึ่งประโยค
“ดูเงินที่ใส่ทั้งหมด เงินที่ถอน และเงินที่ยังเหลือ อย่าดูแค่วันที่กำไร”
งบเสี่ยงและเครื่องจำลองไม่ได้รับรองเพดานขาดทุนหรือรายได้ ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต
บทที่เกี่ยวข้อง
อ่านหน้าจอ EA F1 + Radar v1.9.9
ภาพและตัวอย่างในเนื้อหาเดิมเป็นสื่อประกอบย้อนหลัง ดูหน้าจอรุ่นปัจจุบันและกติกา v1.9.9 จากส่วนนี้

v1.9.9 แยกเทรนด์ Radar ออกจากสีปุ่ม EA: ยืนยันตัดส้มและปิดพ้นเขียว 3 แท่งติด แตะส้มตรงข้ามกลับเป็น Sideway อ่านคู่ TF และคำเตือนก่อน START
